......สวัสดีครับ นักสวามปามทั้งหลายแหล่ จากตอนแรกที่ทำการเปิดตัวไปอย่างถล่มทลาย

อลังการงานสร้างด้วยยอดผู้กระทืบไลท์ 4 คน กับคนเม้นอีก 8 คนถ้วน ซึ่งไม่รู้ว่ามีคนอ่านกี่คน

(น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง T^T ) [หมายเหตุ: สถิติในเฟสบุ๊ค ถ้าในนี้ก็ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นไหม - -"]

แต่เราก็จะหน้าด้านเขียนต่อไป เพราะเราถือคติ "แค่แวะอ่านก็ดีใจ แต่กระทืบไลท์ให้จะขอบคุณ"

มาเม้น มาไลท์ แล้วบอกต่อๆกันหน่อยนะฮัฟ T^T

--------------ร้านที่สาม เย็นตาโฟคำเดียว ไม่เคยพอ------------

.......ต่อจากตอนที่แล้วที่มีการเกริ่นไว้ว่า ที่สะพานควาย ถือได้ว่าเป็นแหล่งใหญ่ของขุมทรัพย์

ร้านอร่อยๆที่เหมาะสำหรับการสวาปามของผมมากๆ ซึ่งร้านที่มีการกล่าวถึงในตอนที่แล้ว

นอกเหนือจากร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นั่นก็คือ ร้านก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ที่อยู่ข้างๆกับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ

(วิธีไปก็เหมือนกับที่บอกไปเมื่อตอนที่แล้ว) ร้านก๋วยเตี๋ยวทั้ง 2 ร้านนี้มีอะไรที่น่ารักอยู่อย่างหนึ่งคือ

ทั้งสองร้านเหมือนเล่นกระจกเงากันอยู่ ผมหมายถึง การตกแต่ง การจัดที่นั่ง หน้าร้าน หม้อก๋วยเตี๋ยว

จะใกล้เคียงกันมาก เพียงแต่ สลับด้านกันเท่านั้นเอง ตลกมาก ง่ายๆ ลองนึกภาพตามผมนะ

ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ถ้าเข้าไปนั่ง (หันหน้าออกถนน) ตู้เส้น+เครื่อง หม้อก๋วยเตี๋ยว จะอยู่ด้านซ้าย

ส่วนเราจะนั่งอยู่ด้านขวาของร้าน โต๊ะจะมีประมาณ ร่วมๆ10 โต๊ะ หลังหม้อก๋วยเตี๋ยวไป ก็มีโต๊ะด้วย

แต่ถ้าเราเข้าไปนั่งในร้านก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ เราจะอยู่ซ้าย ตู้+หม้อ จะอยู่ขวา ส่วนพวงเครื่องปรุง

น้ำที่ขายในร้าน โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ เหมือนกันตั้ง 80% ขนาดหน้าเจ้าของยังละม้าย คล้ายๆกันเลย

ไม่รู้ว่าเป็นพี่น้อง หรือเป็นญาติกันหรือเปล่า มาว่ากันต่อที่รสชาติดีกว่า เส้น เครื่อง ซุป ก็ไม่ได้มีอะไร

ที่แตกต่างจากร้านเย็นตาโฟทั่วๆไป แต่เสน่ห์ของร้านนี้คือ ไม่เข้มคอ หมายถึง เวลาเราไปกิน

เย็นตาโฟร้านบางร้าน น้ำเขาจะข้นมาก จนเรารู้สึกหิวน้ำบ่อยๆ เหมือนรสเข้มเกินไป แต่ร้านนี้

กินไปคำแรก ไม่รู้สึกอะไรเลย ออกจืดๆจางๆ ไปด้วยซ้ำ แต่พอกินๆไปสักพัก รสชาติมันเริ่มออกมาให้

สัมผัสได้มากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เบื่อ จนผมกินหมดชามแล้วยังรู้สึกว่า อ้าว หมดแล้วเหรอ

อยากกินต่ออ่ะ คือถึงแม้ว่าจะรู้สึรสมันอ่อนไปสำหรับผม แต่สำหรับผู้สูงอายุแล้ว กินได้สบาย

ไม่เค็มไม่หวาน เกินไป ส่วนเครื่องก็มีหลากหลายดี มีทั้งลูกชิ้นปลากลม ลูกชิ้นปลาปั้นมือ ลูกชิ้นกุ้ง

หื่อก้วย เกี๊ยวปลา และอะไรอีกก็ไม่รู้ จำไม่ค่อยได้ เพราะไปกินแค่รอบเดียว แต่ถึงจะกินแค่รอบเดียว

ก็ไม่ได้หมายความว่า มันไม่โดนใจผม หรือไม่อร่อยนะ เพราะถ้าไม่อร่อยจริงผมจะเอามาเขียน

เล่าสู่กันฟังทำไมล่ะ ของแบบนี้มันต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง ไม่ลองก็ไม่รู้ เอ้อ...แล้วอย่าลืมสั่ง

น้ำลำไยมากินคู่กันนะครับ ให้เนื้อเยอะมาก แก้วใหญ่ ถูกด้วย (ผมชอบกินน้ำลำไยน่ะ ^^)

ไม่ว่าจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ หรือว่าร้านก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ เข้ากันดีมากๆกับก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ

อร่อยๆ กินแล้วชุ่มคอ เย็นสบาย คลายร้อน อ้าาา

......เป็นไงบ้างครับ กับร้านเย็นตาโฟสะพานควาย หวังว่าคงจะกระตุกต่อมหิว ยั่วน้ำลาย

และบั่นทอนกระเพาะให้ไปตีกับพยาธิใบไม้แห้งในลำไส้เล็กของใครหลายๆคนนะครับ 555555

(งงล่ะสิ.......ผมก็งง - -" ) ซึ่งจากการที่ได้ไปสวาปามที่ร้านก๋วยเย็นตาโฟ สะพานควาย

ในครั้งนี้มันทำให้ผมรู้ว่า การกินอาหารอะไรก็ตามอย่างตัดสินจากคำแรกที่กินเข้าไป

เพราะรสชาติของอาหารไม่สามารถวัดได้จากคำแรก และความอร่อยของอาหารไม่สามารถตัดสินได้

จากการกินเพียงคำเดียว ถ้าอยากรู้รสแท้ของก๋วยเตี๋ยวก็ต้องกินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้รสชาติ

ที่แท้จริงของมัน และ "อย่าปรุง" เพราะก๋วยเตี๋ยวที่เราสั่งมาจะไม่อร่อยเลย ถ้าเรามัวแต่ปรุงแต่ง

เพิ่มเติม มากเกินไป และเราก็จะไม่มีทางรู้รสชาติที่แท้จริงของก๋วยเตี๋ยวชามนั้นเลยว่า เป็นอย่างไร

เหมือนกันกับการเจอคนอื่นครั้งแรก ไม่รู้หรอกว่า ดี เลว น่ารัก จริงใจ หรือนิสัยเป็นอย่างไร

ตราบใดที่เรายังไม่ได้ทำความรู้จักกัน ไม่ได้พูดคุยกัน ไม่มองกัน ไม่ฟังซึ่งกันและกันเราก็จะไม่มีทาง

รู้จัก "รสแท้" ของเขาว่าเป็นอย่างไร เหมือน ก๋วยเตี๋ยวชามนั้นที่เราสั่ง

ฉะนั้น อย่ามองคนแต่เปลือกนะครับ d=w=b

......วันนี้เปิดตัวมหากาฬสะพานควาย แค่น้ำจิ้ม น้ำจิ้มก่อนก็แล้วกัน เจอกันใหม่ที่ร้านหน้านะครับ

และเราจะมาสวาปามตามอารมณ์กันต่อนะครับ ^O^

......สวัสดีครับ นักสวาปามทั้งหลาย รู้สึกตื่นเต้น และยินดีจังเลย ที่จะได้มาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ

ประสบการณ์การสวาปามของตัวเองเป็นครั้งแรก ตัวผมเองก็ไม่ได้เป็นนักชิม นักกิน ที่มีความรู้อะไร

เป็นแค่เพียงคนธรรมดาที่อยากกินอะไรก็กิน อยากทำอะไร อยากไปไหน ก็ไปสิฟะ จะมัวมานั่งปวดบิด

ให้กระเพาะทะเลาะกับพยาธิทำไม ออกไปหาอะไรกินเซ่!!!

......วันนี้ขอเป็นเมนูที่ผมโปรดปรานมากๆก่อนเลยแล้วกัน นั่นคือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ขออภัยคนที่นับถือ

เจ้าแม่กวนอิม นับถือฮินดู หรือเคยโดนวัวกัดแก้มก้นตอนเด็กๆ ทั้งหลายด้วยนะฮัฟ

ที่จริงผมก็เป็นคนจีนนะ นับถือเจ้าแม่กวนอิมด้วย แต่ผมจะไม่เอาเข้าบ้าน ถ้าผมอยากกิน

ก็จะไปถวิลหาเอาเอง ซึ่งนานๆจะไปสักครั้ง เพราะแต่ละร้านมันค่อนข้างจะอยู่ไกลจากบ้านผม

วันนี้ขอเปิดตัวสัก 2 ร้านก็แล้วกันนะครับ

-----------ร้านแรก เมื่อครานั้นครั้งกระโน้น ที่ยังเป็นนักศึกษา--------------

......เป็นร้านที่ผมค้นพบเมื่อตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มผมเอง

ที่เป็นคนแนะนำ กลุ่มเพื่อนของผมก็ประกอบด้วย ผม พี่ก้อง(ชื่อเหมือน) เอ๊ะ เมฆ แบงค์ ณะ เบส

รวม 7 คนด้วยกัน เป็นไอ้ณะเนี่ยแหล่ะที่แนะนำ และพาผมไปพิสูจน์ความอร่อย ร้านจะอยู่หลัง

ม.หอการค้าไทย ทะลุซอยวัดหลวงพ่อเณร (ไม่รู้ว่าเป็นพระ หรือเป็นเณรกันแน่) ไปทางห้วยขวาง

เลี้ยวซ้ายขึ้นไปเล็กน้อย จะเห็นซอยประชาสงเคราะห์ 24 ร้านจะอยู่ปากซอย หัวมุม ตรงข้ามเซเว่น

ร้านน่าจะเปิดมานานกว่า 30 ปี เพราะคนแน่นร้านทุกวัน (ที่เขาเปิด ถ้าร้านปิดจะมาทำเกลืออะไรล่ะ)

เจ้าของร้านเป็นคนจีน เมนูก็เหมือนทุกอย่างมีร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อจะสั่งได้ เกาเหลา เล็กชิ้นสดไม่งอก

ใหญ่เนื้อเปื่อย หมี่ริ้วเอ็น ฯลฯ (ริ้ว นี่คือผ้าขี้ริ้ว เป็นเครื่องในวัวอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน

ในท้องวัว และอย่าคิดว่าเขาเอาผ้าขี้ริ้วจริงๆมาทำนะเฟ้ย จะบ้าเหรอ!) ตราบใดที่คุณไม่สั่ง

"ไม่น้ำ ไม่ผัก ไม่เส้น ไม่เอา ไม่แดกแล้ว!!!" หรือ "กระเพราะไข่ดาว"

(ไปร้านก๋วยเตี๋ยวจะสั่งทำตูดห่านอะไรฟะ)

ทางร้านก็สามารถทำให้คุณได้หมดเท่าที่วัตถุดิบของทางร้านจะอำนวย

มาว่ากันต่อที่เรื่องรสชาติกันดีฝ่า (รอมานานแระ) ต้องขอบอกก่อนว่าผมกินเนื้อมาหลายร้าน

ไม่เคยมีร้านไหนที่เนื้อ "นุ่ม" ได้เท่านี้มาก่อนเลย ไม่คาว ไม่สาบ สดด้วย หวานฉ่ำ ชุ่มโชก โฮกฮาก

ในชิวหา เป็นยิ่งนัก ตัวเครื่องในเองก็ทำได้ดี ไม่เหม็น เพราะหวานน้ำซุป แต่ไม่เสียรสชาติเครื่องใน

เครื่องในก็มีหลากหลายทั้ง ผ้าขี้ริ้ว, หัวใจ, ตับ, ปอด, ขอบกระด้ง ฯลฯ (จำไม่ค่อยได้ง่ะ เยอะจริงๆ)

มีทั้งแบบลวกสด และแบบตุ๋น น้ำซุปออกหวาน เข้มข้น แต่คล่องคอ เพราะเป็นน้ำต้มกระดูก

ซดเข้าไปจะหอมกลิ่นเครื่องเทศอยู่ไกลๆ (ทั้งๆที่อยู่ในปากแท้ๆ) เนื้อตุ๋น เปื่อยได้ที่

แต่ยังคงมีความหนึบของเนื้ออยู่ ไม่เหลวเป๋วแบบร้านข้างทางที่ขายใต้สะพานลอย กินง่าย ย่อยดี

และใครที่ชื่นชอบ เอ็นตุ๋น ขอแนะนำเลยครับ เอ็นเป็นเอ็นจริงๆ หนา ใหญ่ เต็มปากเต็มคำ

เคี้ยวหนึบสู้ฟันดีแท้ ไม่ใช่เอ็นเหลวๆ เส้นเท่าหนวดแมวเมี้ยวๆ ลูกชิ้น ใหญ่ เนื้อแน่น หวานชุ่มลิ้น

ไม่มีกลิ่นกวนใจ ลวกจิ้มได้ด้วย อร่อยอีกแบบ ส่วนผักก็สดดี ลวกแล้วไม่เหม็นเขียวจนกลบรสเนื้อ

รสเครื่อง ไปด้วยกันได้ดีทั้งก๋วยเตี๋ยว ทั้งเกาเหลา สนนราคาอยู่ที่ 35-45-60 บาท(ท่าจำไม่ผิดนะ)

เหมาะสมแล้ว เพราะทุกชามให้เครื่องเยอะ น้ำท่วมกำลังดี ไม่สั่งพิเศษก็อิ่มท้องแล้ว

---------ร้านที่สอง แถวที่ทำงาน-------------

......เนื่องจากผมทำงานบีทีเอส พึ่งผ่านช่วงอบรมมาไม่นาน (ตอนนี้ประจำอยู่ที่ราชดำริครับ)

ตอนนั้นเป็นช่วงที่ค้นพบตัวเองว่า สไตล์การกิน แบบทัวร์สวาปามตามแต่ใจเราเนี่ยแหล่ะ ใช่เลย

เลยไปแสวงหาของอร่อยในละแวกนั้น (อบบรมอยู่ที่หมอชิต) แต่ก็ไม่มีที่ใดที่ทำให้ประทับใจ

ถึงแม้จะอร่อย อิ่มท้อง แต่ก็แค่ในระดับทั่วๆไปที่เคยเจอๆมา แต่เมื่อมีเพื่อนคนหนึ่ง บอกให้ลองไป

ที่สะพานควายดู เท่านั้นแหล่ะ เสมือนกัปตันแจ็ค สแปร์โรวว์ ค้นพบขุมทรัพย์โบราณล้านปี

ที่เฝ้าหามานานปีดีดัก ของอร่อยเยอะมาก เล่าตอนนี้ก็ไม่หมด รอตอนหน้าแล้วกัน

การเดินทางง่ายมากๆ รับรองว่าไม่หลง แค่นั่งบีทีเอส มาลงสะพานควาย เดินลงฝั่งที่หันหน้าไปทาง

อนุสาวรีย์ชัยฯ (หันหลังให้หมอชิต) เดินลงทางออกทางขวา ฝั่งตรงข้ามกับบิ๊กซี

เดินขึ้นไปจนเกือบจะเลยบิ๊กซี (ประมาณ200เมตรจากสถานี) จะเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวสองร้าน

ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อจะถึงก่อน ร้านถัดไปจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ (สำหรับคนที่ไม่กินเนื้อ

แนะนำร้านนี้ด้วย อร่อยเหมือนกันครับ ไปกินมาแล้ว ^^) ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ดังมาก

เพราะผมเคยได้ยินมาจากเสียงลือเสียงเล่าอ้างเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็เป็นเพียงตำนานคำบอกเล่า

ที่ผ่านหูเท่านั้น จนวันนั้นแหล่ะ ที่ผมได้เจอกับเธอ (ใครฟ่ะ) ร้านดูเป็นสไตล์จีนๆ

เจ้าของก็เป็นคนจีนเหมือนกันกับร้านแรก ที่นั่งจะเยอะกว่าร้านแรกอย่างเห็นได้ชัดเจนมากๆ

เพราะท่าทางจะรวยกว่า ขายดีกว่า เพราะอยู่ติดถนนใหญ่ มีป้ายรถเมล์ ทำเลทอง แต่ความอร่อย

ต่างกันไหม ต้องไปพิสูจน์เองนะฮัฟ >W< เจ้าแห่งร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในใจผมเลย

(ร้านแรกให้อันดับสอง อิอิ) ทั้งเนื้อ เครื่องใน ลูกชิ้น ของตุ๋น น้ำซุป ผัก ล้วนแต่ทำอย่างมีคุณภาพ

ตักให้แบบไม่กลัวเจ๊งกันเลยทีเดียว เนื้อร้านนี้ ไม่นุ่มเท่าร้านแรก เพราะร้านี้เขาจะยังคงความเหนียวไว้

แต่ไม่เหนียวจนเกินไป เครื่องในเยอะเหมือนร้านแรก แต่ผมรู้สีกจะมีเยอะกว่า เพราะมีไส้

มีอะไรไม่รู้อีกอย่างสองอย่าง เอาเป็นว่าผมรู้สึกว่ามันเยอะกว่าก็แล้วกัน (55555)

เนื้อตุ๋นก็หวาน ชิ้นใหญ่ ลูกชิ้นหวานกว่าร้านแรก แต่ลูกเล็ก ทรงรีๆ ยาวๆ ไม่กลม

น้ำซุป หอมเครื่องเทศกว่า ข้นกว่า แต่ลื่นคอมาก ผมซดแล้วยังแปลกใจอยู่ว่า เขาทำได้ไง

รสเข้มข้นขนาดนั้น แต่กลับลื่นคอมาก และทีเด็ดของร้านนี้ คือ เนื้อลายตุ๋น ไม่เปื่อย

ย้ำว่าไม่เปื่อย กินแล้วเหมือนเนื้อต้มเนื้อลวกซะมากกกว่า เพราะเคี้ยวหนึบมาก

เนื้อชิ้นหนา เต็มคำ หวานน้ำตุ๋น ไม่คาว ไม่เลี่ยน ไม่มัน แต่เคี้ยวเพลิน ชอบมากๆฮัฟ

ที่ได้ที่หนึ่งในใจผมก็เพราะเนื้อลายเนี่ยแหล่ะ ราคาไม่ต่างต่างร้านแรกมาก

อยู่ที่ประมาณ 35-45-60 บาท (บางคนอาจคิดว่าราคาแพงไป แต่เชื่อผมเถอะ อร่อยขนาดนี้

ให้เยอะเครื่องครบขนาดนี้ ถือว่า คุ้มค่อดค่อด)

......จากที่ได้ไปสวาปามทั้งสองร้านมาแล้ว ก็มีความรู้ว่า เจ้าของร้านทั้งร้านเป็นคนจีน

(และน่าจะนับถือเจ้าแม่กวนอิมด้วย) เขายังขายเนื้อให้คนอื่นกินเลย เอาเนื้อเข้าบ้านอีกต่างหาก

(ถึงผมจะไม่รู้ว่าเขากินด้วยหรือเปล่าก็ตาม) แต่เขาทำมาให้เรากินแล้ว แต่เรามัวมานั่งคิดว่า

"กูนับถือเจ้าแม่กวนอิม ไม่กินสัตว์ใหญ่ ลืมไปว่ะ ว่ากินไม่ได้" ต่อให้คุณจ่ายเงินชดใช้อาหารชามนั้น

ไปก็ตาม แต่ถามว่าคนที่ทำอาหารให้เรา เขาจะรู้สึกอย่างไร สั่งมาแล้วไม่กินเนี่ย แล้วไอ้ที่สั่งมา

มันคืออาหารนะ พ่อแม่เราก็สอนมาตั้งแต่เด็กว่า อย่ากินทิ้งกินขว้าง ทิ้งทั้งชาม ก็เป็นขยะทั้งชาม

ทั้งๆที่อาหารแต่ละจาน ควรจะถูกกินเข้าท้อง ไม่ใช่ถูกทิ้งลงขยะ มันเหมือนเป็น

การไม่เคารพอาหารที่เป็นปัจจัย5ของมนุษย์เลยครับ ผมก็นับถือเจ้ากวนอิม

ถึงจะไม่ได้เคร่งครัดอะไร แต่ก็เคารพ และไม่ลบหลู่ท่าน และมันทำให้ผมรู้ว่า คนกินเนื้อ

ไม่ใช่คนบาป หรือคนไม่ดีเสมอไป ถึงเราจะกินเนื้อ แต่ท่าเราทำดี คิดดี มองโลกบวก

ชีวิตก็จะดีขึ้นเอง แต่ต่อให้เรานับถือเจ้ากวนอิม กินเจทั้งบ้านทั้งปี แต่อย่าทำตัวแย่ๆ คิดไม่ดี

มองโลกแง่ร้าย ทำผิดกฏหมาย ผิดศีล5 ฆ่าคนตาย เผาบ้านเผาเมือง คดโกงผู้อื่น

ชีวิตมันก็ไม่ได้ดีขึ้นหรอกครับ

......แล้วพบกันใหม่ ร้านหน้า และมาสวาปามตามอารมณ์กันต่อนะครับ

สาส์นจากฅนขอฃวด

posted on 08 Jun 2011 21:42 by dukkong
......สวัสดีพี่ๆ น้องๆ และพ้องเพื่อนทั้งหลายทั้งปวง เตรียมตัวพบกับ การกลับมา และการเปลี่ยนแปลง
ครั้งยิ่งใหญ่ของ Thattime : Unquestionable Funny มหากาพย์แห่งความหฤหรรษ์อย่างไม่ต้องสงสัย
ในรูปโฉมใหม่ ที่จะนำคุณเข้าสู่อีกโลกหนึ่งของ ก้อง ฅนขอฃวด ที่มีทั้งความบันเทิง ความหฤหรรษ์
ความสนุก ความระทึกขวัญสั่นประสาท ความอลังการ ความบะลั่กกั่ก ความไม่ได้ความ ความเรียงความ ฯลฯ
(มันพูดอะไรของมันฟะ - -" ) เอาเป็นว่า พรุ่งนี้!!!!! เจอกันแน่นอน สัญญาเลยฮัฟ >W<
ป.ล. ตามไปดูได้ก่อนใครที่ Facebook ของ Jedsada Vangsirivas (พิมพ์ชื่อนี้ไปเลยครับแล้วจะเจอ)
แอดไปเถอะ ไม่กัดหรอก ถึงไม่หล่อ แต่ขอให้ห่อกลับบ้านนะฮัฟ (เกี่ยวอะไรฟะ - -*)

edit @ 2 Aug 2011 12:15:10 by ก้อง ฅนขอฃวด